Credit : Image from pixarbay.com
อุปนิสัยข้างต้น อาจฟังดูไม่ควรเป็นหนึ่งในอุปนิสัย สำหรับผู้ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จ นอกจากนั้นแล้ว ยังขัดกับสิ่งที่เราได้รับรู้มาตลอดว่า ก่อนลงมือกระทำสิ่งใดก็แล้วแต่ ควรต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ไม่เช่นนั้นโอกาสผิดพลาดจะสูง แต่สำหรับบางคน บางกรณี อาจจะเป็นข้อยกเว้น ย้อนกลับไปปลายศตวรรษที่ 20 มีนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่คนหนึ่ง ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักในยุคนั้น เขากำลังรอเครื่องบิน เพื่อโดยสารไปยังหมู่เกาะเวอร์จิ้น เพื่อมุ่งหน้าไปพบกับสาวน้อยที่ตั้งตาคอยเขาอยู๋ และแน่นอนว่า เขาก็นับถอยหลังรอเวลาอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าว ในนาทีสุดท้าย จากสาเหตุอะไรก็ไม่แน่ชัด ซึ่งเที่ยวบินนี้คือเที่ยวสุดท้ายของคืนนั้น แทนที่เค้าจะรอให้โชคชะตาจัดการเขา เขาก็เริ่มจัดการชะตาของตัวเอง ด้วยความคิดที่จะเช่าเหมาลำเครื่องบินส่วนตัว โดย ณ เวลานั้น เขาเอง ก็ยังไม่มีไอเดียว่า จะเอาเงินมากมายขนาดนั้นจากที่ไหนมาจ่ายค่าเช่า สักครู่ใหญ่เค้าก็เริ่มเดินไปยังกลุ่มผู้ประสบชะตากรรมเดียวกันเขา พร้อมกับชูป้ายที่เขียนด้วยมือว่าว่า “ไปเวอร์จิ้น 29 ดอลล่าร์” เพียงไม่นาน เขาสามารถขายตั๋วได้ครบทุกที่นั่ง นอกจากจะพอจ่ายค่าเช่า ยังเหลือส่วนต่างกำไร สุดท้าย ก็ไม่มีอะไรห้ามพวกเขาทั้งหมดไว้ได้ คืนนั้น ทุกคนถึงที่หมาย คือ เกาะเวอร์จิ้น ด้วยความคิดธรรมดาๆ […]

อยากสำเร็จ ไม่ต้องรอจนพร้อมหรอก


Credit : image from pixabay.com
ในหนังสือ “Real Leader Don’t Follow”  ของ Steve Tobak ได้อธิบายถึงวิธีการที่ผู้ประกอบการตัวจริงที่สามารถเริ่มต้น เริ่มสร้าง และบริหารองค์กรให้ประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูง เขาได้นำเสนอมุมมองใหม่ มุมมองของคนในที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจทางธุรกิจได้ดีขึ้น และตัดสินใจแบบผู้นำ Tobak ได้อธิบายหลักการตลาด 4 ข้อที่จะช่วยทำให้องค์กรของคุณประสบความสำเร็จ ถ้าคุณเชื่อมั่นว่าการตลาดมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จทางธุรกิจ แล้ววิธีการใด? ที่จะสามารถนำหลักการตลาด(เพียงไม่กี่ข้อ)มาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง และโฟกัสที่หลักการนั้นอย่างจริงจัง ผมคิดว่าผมมีคำตอบ ในขณะที่การขายนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา และมีขั้นมีตอน แต่การตลาดไม่ใช่แบบนั้น การตลาดนั้นมีความซับซ้อนและไม่มีอะไรตายตัว นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้สามารถตีความได้หลากหลาย แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจ ผมขอแนะนำหลักการ 4 ข้อที่สำคัญดังนี้ หลักการที่ 1: ในการแข่งขัน ผู้ชนะกินรวบ ในขณะที่ตลาดมีแนวโน้มที่จะเติบโต และเริ่มหดตัวลงในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ขนาดของตลาดอาจจะคงที่ ส่วนแบ่งการตลาดก็เช่นกัน ผู้นำ(อันดับต้น)ในตลาดนั้นต่างได้อานิสงค์ ได้กำไรที่สูงกว่า มีอำนาจในการตั้งราคา สามารถจ้างคนเก่งได้ในราคาที่สูงกว่า มีความสุขมากกว่า และมีเงินพัฒนารับมืออนาคต ส่วนผู้รั้งอันดับท้ายๆ ก็จะต้องออกจากตลาดไปในที่สุด หรือถ้าอยู่ได้ก็ต้องเหนื่อยหนัก […]

กินรวบ ด้วยหลักการตลาด 4 ข้อ


feedback
การแสดงออกทางสีหน้าท่าทางเป็นการสื่อสารที่ทรงพลัง ลองสำรวจอวัจนภาษา(สิ่งที่คุณไม่ได้พูด)ของคุณว่ามีส่วนช่วยส่งเสริมให้ทีมงานคุณอยากจะนำเสนอไอเดียใหม่ หรือไอเดียที่สร้างสรรค์หรือไม่ คุณเคยคิดมั๊ยว่า อวัจนภาษา(สิ่งที่นอกเหนือจากคำพูด)ของคุณมีผลต่อพนักงานของคุณ? มันอาจจะฟังดูไม่สำคัญ แต่วิธีที่คุณใช้ภาษากายนั้นส่งผลอย่างมากกับสิ่งที่พวกเขาสามารถช่วยคุณได้ในอนาคต “หัวหน้างานมักส่งสัญญาณว่า ‘ฉันเป็นเจ้านาย’ โดยไม่รู้ตัว – และนั่นเป็นกำแพงที่กั้นพวกเขา ออกจากลูกน้องที่มาพร้อมกับไอเดียใหม่ๆ” James Detert ศาสตราจารย์คณะบริหารฯ มหาวิทยาลัย Cornell และ Ethan Burris ศาสตราจารย์คณะบริหารฯ มหาวิทยาลัย Taxas ได้เขียนไว้ใน Harward Business Review คุณต้องเข้าใจก่อนว่าท่าทางที่เป็นธรรมชาติของคุณนั้น สามารถข่มลูกน้องคุณได้ ผู้เขียนบอกว่า“พลังเล็กๆ นั้นสามารถส่งสารที่ใหญ่กว่า” และหากคุณตระหนักถึงวิธีการควบคุมตัวเองและปรับเปลี่ยนตัวเอง Detert และ Burris ได้แนะนำการปรับปรุงอวัจนภาษา(สิ่งที่นอกเหนือจากคำพูด)ของคุณไว้ดังนี้   ทำตัวให้น่าเข้าใกล้ คุณต้องใส่ใจกับวิธีการที่คุณสื่อสารด้วยร่างกายและแม้กระทั่งตำแหน่งการยืน เพื่อทำให้รู้สึกว่าไม่ก้าวร้าว และไม่ข่มจนเกินไป “วางแขนไว้ข้างลำตัว (แทนที่จะยืนกอดอก) การลดเสียง ลดการแต่งกายที่เป็นทางการเกินไป และแม้กระทั่งรอยยิ้ม มีส่วนช่วยให้คนรอบข้างกล้าแสดงความคิดเห็น” Detert และ […]

อยากได้ไอเดียดีๆ จากลูกน้อง? ภาษากายช่วยคุณได้



Credit : image from pixabay.com 2
3 คำถามนี้จะช่วยให้คุณเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ของคุณได้แบบเฉียบพลัน บทเรียนชีวิตที่สำคัญนี้กำลังจะถูกเปิดเผยโดยแหล่งข้อมูลที่อาจไม่เชื่อ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ หรือ EI) คือคุณลักษณะของคนที่สามารถรับรู้และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก (ของทั้งตนเองและผู้อื่น) และใช้ข้อมูลนั้นเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ ซึ่งจะรวมถึงแสดงออกที่ละเอียดอ่อนมากๆ เช่น การเอาใจใส่, ความเห็นอกเห็นใจ และความเมตตา แน่นอนว่าคุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้ตัวคุณเองดีขึ้น แต่คุณสมบัติเหล่านี้ยังสามารถช่วยคุณในการติดต่อสื่อสาร ทำให้ผู้อื่นได้รับสารที่คุณต้องการจะสื่อได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรามักติดนิสัยแย่ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการสื่อสาร คุณเคยมั๊ยที่พูดอะไรบางอย่างแล้วอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่พูด คนจำนวนมากเป็นแบบนั้น คือมีแนวโน้มที่จะพูดก่อนคิด ไม่ใช่คิดก่อนพูด คิดก่อนพูดนั้น คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ “การตั้งคำถาม 3 ข้อ” สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยให้คุณไม่ต้องเสียใจภายหลัง กับคำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว   3 คำถามสำคัญ ปีที่แล้วผมได้ดูการให้สัมภาษณ์ของนักแสดงตลกทาง TV ของนาย Craig Ferguson ช่วงที่เขาให้คำแนะนำบางอย่างที่มีประโยชน์มาก: มี 3 สิ่งที่คุณต้องถามตัวเองก่อนที่คุณจะเริ่มต้นพูดอะไรสักอย่าง คำพูดนี้ จำเป็นที่ต้องพูดมั๊ย? คำพูดนี้ […]

เพิ่ม EQ แบบเฉียบพลัน ด้วย 3 คำถามนี้


Credit : image from pixabay.com
สองปีครึ่งที่ผ่านเราได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการระดับเศรษฐี 65 คนเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ การสนทนาของเรากับผู้ประกอบการเหล่านี้เผยให้เห็นบทเรียนธุรกิจมากมายที่ทำให้เราแปลกใจ – บทเรียนที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เราได้รับการบอกต่อๆกันมาเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการ   และนี่คือ 7 บทเรียนที่เราชื่นชอบ:   1. อย่าคิดว่าคุณรู้ดีกว่าพนักงานของคุณ เมื่อพูดถึงผู้นำที่บ้าพลัง เรามักจะนึกถึงคนอย่างนาย Donald Trump ทันที – แต่ทั้งหมดที่เรารับรู้ก็แค่สิ่งภายนอก ซึ่งอาจไม่ได้เป็นจริงเสมอไป เราได้รับเกียรติให้สัมภาษณ์ Richard Branson และไม่แปลกใจเลยว่าอะไรที่ทำให้เขาเป็นผู้นำที่แตกต่าง: “ผมรับฟัง และไว้ใจในตัวพนักงานของผมทุกๆคน เชื่อมั่นและให้ความเคารพในความเป็นเขา และปล่อยให้เขาทำสิ่งที่พวกเขาต้องการ ผมไม่เคยมีความคิดนี้เลย ความคิดที่ผมนั้นรู้ดีกว่าพวกเขา” นี่เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ยกระดับ Branson ให้เขาประสบความสำเร็จแบบทุกวันนี้   2. อย่าคิดแบบนี้ “ถ้าไม่คิดการณ์ใหญ่ก็ให้กลับบ้านไปนอนเถอะ” บทเรียนธุรกิจที่เรามักจะได้ยินอย่างต่อเนื่องคือ ถ้าไม่คิดการณ์ใหญ่ก็ให้กลับบ้านไปนอนเถอะ ทุบหม้อข้าวเผากระท่อมแล้วก็ลุยมันไปเลย บทเรียนนี้ตรงกันข้ามกับบทเรียนที่เราได้รับจากการสัมภาษณ์กูรูทางการตลาดที่ประสบความเร็จ และนักเขียนหนังสือขายดี Seth Godin ซึ่งบอกเราว่า “ถ้าไม่คิดการณ์ใหญ่ก็ให้กลับบ้านไปนอนเถอะ” นั้น อาจจะไม่ใช่คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ คำแนะนำนี้น่าจะดีกว่าคือ […]

7 บทเรียนจากเศรษฐี 65 คน ที่คุณอาจไม่เคยรู้


Credit : image from pixabay.com
Finance Director ผู้คร่ำเคร่งเรื่องตัวเลขค่าใช้จ่าย เปรยขึ้น ระหว่างการประชุมบอร์ดประจำสัปดาห์ ว่า “เราจะต้องเสียเงินเสียเวลา พัฒนาพวกพนักงานไปทำไมกัน ในเมื่อสุดท้ายแล้วเขาก็ลาออก” ผู้บริหารหนุ่ม รุ่นใหม่ไฟแรง ตอบกลับอย่างสุขุมว่า “หรือว่าพวกเราอยากได้บุคลากรที่อยู่กับเรานานๆ แบบไม่ยอมไปไหน แต่อยู่แบบไม่เห็นพัฒนาการ” หากว่ากันเรื่องการพัฒนาบุคลากร ดูเหมือนทางเลือกของบริษัทต่างๆ อาจจะมีไม่มากนัก นั่นอาจเป็นเพราะ บุคลากรนั้นมาพร้อมกับค่าใช้จ่าย ดังนั้นในหลักการดำเนินธุรกิจ หากใช้เรื่อง “ค่าใช้จ่าย” เป็นตัวตั้ง จึงเลี่ยงเสียไม่ได้ที่จะใช้หน่วย “เวลา” เป็นตัวนับ เพื่อคำนวณการคืนทุน (การคืนทุนก็ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่า ลงไปเท่าไหร่ ก็ขอให้ได้คืนมามากกว่าที่ลงทุน เช่น ลงทุน 10 ก็ควรจะได้คืน 10 เป็นอย่างน้อย) แต่….เรื่องการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร ควรต้องคิดให้ครบวงจร ไม่ใช่ตัดวงจร หยุดไว้ที่ความคิดที่ว่า “จ้างคุ้มหรือไม่คุ้ม?” หากจะมีหลักการใดที่จะสามารถอธิบายเรื่องนี้ต่อได้ดีแบบครบองค์ครบวงจร ผมก็ขอยกเครดิตให้เจ้าพ่อวงการธุรกิจอย่าง Richard Branson ผู้ซึ่งเข้าถึงหัวจิตหัวใจลูกจ้างได้ดี ชนิดองค์กรหลายแห่งไม่เคยนึกถึง เขากล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า Train people well enough so they can leave, […]

พัฒนาบุคลากร ทำไม, เมื่อสุดท้ายก็ลาออก



Credit : image from pixabay.com
สำหรับผู้ประกอบการการเลือกทีมงาน สามารถเป็นได้ทั้งพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของคุณ หรือมลภาวะเป็นพิษที่ต้องพบเจอทุกวัน ขณะที่ธุรกิจเติบโตขึ้นหมายถึงการจ้างคนเพิ่ม แล้วควรจะจ้างใคร จ้างมาแล้วต้องกระตุ้นให้ทำงานอย่างไร ต้องให้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ หรือควรจัดการอย่างไรเมื่อการจ้างได้เริ่มต้นขึ้น จากประสบการณ์เกือบ 30 ปีในการจัดการบุคลากร การจัดจ้าง และการฝึกอบรมให้กับองค์กรต่างๆ ผมสามารถบอกคุณได้ว่ามี “โรค” 3 โรค ที่คุณต้องหลีกเลี่ยง และนี่คือวิธีการที่จะบอกได้ว่าคนแบบไหนที่เราไม่ควรจ้าง 1. Not-my-job syndrome (โรค-ไม่ใช่งานตรู) คุณอาจคุ้นเคยกับคนประเภทนี้ พนักงานประเภทที่อยากจะทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่จะปฏิเสธไม่ทำงานที่นอกเหนือจาก Job Description แต่เมื่อครั้นเขาเหล่านั้นถูกถามว่าทำไมจึงไม่ช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ หรือสิ่งผิดพลาดที่เกิดอยู่ตรงหน้าล่ะ คุณจะได้รับคำตอบว่า “ก็มันไม่ใช่งานของตรู” ลองจินตนาการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกคนทำแต่งานของตัวเองอย่างเดียว เวลามีใครลาพักร้อนหรือลาป่วยก็ปล่อยให้งานสะดุดไปแบบนั้นหรือ ยังไม่รวมถึงงานที่งอกแบบไม่ได้วางแผน หรือแม้แต่วิกฤตที่เกิดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งตัว เหล่านี้ถือเป็นงานที่ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะ​ฉะนั้นคุณก็ควรเลี่ยงที่จะจ้างคนประเภทนี้ตั้งแต่ต้น พวกที่พยายามเกี่ยงงานและเกี่ยงความรับผิดชอบ   2.“That’s my job, don’t touch it” syndrome. (โรค-นั่นมันงานของตรู) เรามักเข้าใจผิดด้วยการยกย่องคนที่ “แสดงความเป็นเจ้าของงาน” จริงๆเป็นเรื่องที่ดีที่ใครสักคนจะแสดงความรับผิดชอบต่อผลของงานหรือโปรเจ็คนั้นๆ แต่ยามถึงทางตันเขาคนนั้นก็ยังคงยืนยันจะไม่ให้ใครเข้ามาร่วมวง หรือถ้าต้องมี ก็ขอเลือกเอง อย่าต้องมีใครยื่นมาเข้ามาช่วย และถ้าคุณสังเกตดีๆ คุณจะพบว่าคนที่อยู่ในทีมไม่มีความรู้สึกอยากจะช่วยคนประเภทนี้ และคนประเภทนี้ก็มักจะบ่นว่าคนในทีม ว่าทำงานไม่ได้ตามมาตรฐาน […]

อย่าไปทนกับลูกน้องห่วยๆ 3 แบบนี้


Credit : image from pixabay.com 1
มันเหลือเชื่อที่เรามักจะได้ยินคนที่เป็นหัวหน้าบ่นเรื่องลูกน้องที่ดีที่สุดของพวกเขากำลังจะลาออก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องบ่นจริงๆ เพราะการที่คนดีลาออกหนึ่งคนทำให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่าย และสร้างความเสียหาย หัวหน้านั้นมักมีแนวโน้มที่จะบ่นไปเรื่อย และก็เริ่มหาแพะสำหรับปัญหาที่มีคนเข้าคนออก แต่ไม่เคยเลยที่มาดูปมจริงๆของเรื่องนี้ จริงๆ แล้วคนไม่ได้ลาออกเพราะตัวงาน; พวกเขาลาออกเพราะหัวหน้า สิ่งที่น่าเศร้าก็คือปัญหานี้สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยง่าย แต่สิ่งที่ต้องการคือ การมุมมองใหม่และการออกแรงนิดหน่อยของหัวหน้างาน   แต่ก่อนอื่น เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หัวหน้าที่ทำให้ลูกน้องลาออกมักทำเรื่องแย่ๆ 9 ข้อดังนี้   1. พวกเขาใช้งานลูกน้องหนักเกินไป ไม่มีอะไรที่จะบั่นทอนลูกน้องคุณได้มากไปกว่าการให้เขาทำงานมากเกินไป คนที่เก่งก็ควรจะต้องได้งานมากกว่าคนอื่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หัวหน้ามักติดกับดักอยู่บ่อยครั้ง การทำงานมากเกินไปอาจทำให้คนเก่งตีความผิดเพราะพวกเขาจะรู้สึกว่าพวกเขากำลังถูกลงโทษจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมของเขา การทำงานหนักเกินไปนั้นจึงสามารถสร้างความรู้สึกต่อต้านได้เช่นกัน งานวิจัยใหม่จาก Stanford แสดงให้เห็นว่า ประสิทธิภาพต่อชั่วโมงจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อทำงานเกินสัปดาห์ละ 50 ชั่วโมง และลดลงอีกหากทำงานเกินสัปดาห์ละ 55 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งหมายความว่าเราจะไม่ได้อะไรกลับมาเลยจากการทำงานที่มากขึ้น ถ้าคุณจำเป็นต้องเพิ่มงานให้กับลูกน้องคุณจริงๆ คุณควรเพิ่มสิ่งอื่นๆ ตามด้วย ลูกน้องคนเก่งนั้นไม่กลัวการทำงานหนักหรอก แต่พวกเขาจะไม่ทนอยู่ถ้างานนั้นทำให้เขาต้องเหนื่อยตาย การขึ้นเงินเดือน/เลื่อนตำแหน่ง/หรือปรับชื่อตำแหน่ง เหล่านี้ถือว่าเป็นวิธีที่ยอมรับได้หากมีการเพิ่มภาระงาน ถ้าคุณเพิ่มแต่ภาระงานเพียงเพราะลูกน้องคุณเก่ง โดยไม่ให้อย่างอื่นตอบแทน ลูกน้องคุณจะเริ่มหางานใหม่ที่ให้สิ่งที่พวกเขาสมควรได้แทน   2. พวกเขาทำเฉยแม้ลูกน้องทำได้ดี เรามักไม่ค่อยคิดอะไรมากกับการตบหลังเบาๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกน้องคนเก่งที่ทำงานด้วยใจ คนที่อยากรุ่งในหน้าที่การงานนั้นยอมที่ทำงานอย่างหนักและยอมทำทุกอย่าง หัวหน้าจำเป็นที่จะต้องสื่อสารกับคนของเขาเพื่อที่จะหาสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกดี (สำหรับบางคนก็แค่คำพูดชื่นชม และสำหรับคนบางคนเป็นการประกาศดังๆในที่สาธารณะ) และจากนั้นคุณค่อยตอบแทนด้วยอะไรก็แล้วแต่สำหรับผลงานนั้น และถ้าคุณมาได้ถูกทาง ลูกน้องคนเก่งของคุณก็จะทำผลงานดีๆแบบนั้นให้อย่างต่อเนื่อง   […]

ถ้าไม่อยากหาลูกน้องใหม่ อย่าทำ 9 ข้อนี้


Credit : image from pixabay.com
จากกระบวนการการคิดที่นำไปสู่อารมณ์ความรู้สึก ทุกแง่มุมของการแสดงออกของมนุษย์ก่อเกิดอยู่ภายในสมองส่วนสีเทาและสีขาวนี้ อวัยวะอันน่าฉงนซึ่งหนักเพียง 3 ปอนด์ ที่เรียกว่าสมองนั้นส่งผลในทุกเรื่องของชีวิต ความตาย สติรับรู้ การนอนหลับและอื่นๆ อีกมากมาย? หรือสมองที่เราได้มาแต่เกิดนั้น ถูกสร้างมาเพื่อให้ทำงานได้ดีที่สุด แต่ค่อยๆเสื่อมลงทีละเล็กทีละน้อยเมื่อเวลาผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นนั้นหรือ? Sandra Bond Chapman, Ph.D. , ผู้ก่อตั้งและกรรมการหัวหน้าศูนย์ BrainHealth ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส เมืองดัลลัส และผู้เขียนหนังสือ Make Your Brain Smarter (ทำให้สมองของคุณฉลาดขึ้น) ได้ตั้งคำถามข้างต้น ระหว่างการสัมภาษณ์ที่ผมจัดกับเธอ สำหรับหนังสือของผม Kensho: A Modern Awakening ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ผมได้พบกับเธออีกครั้งและได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับหนึ่งในความสนใจของผมนั่นคือ เรื่องการคงความสามารถและการปรับปรุงความสามารถของสมอง Chapman ชี้ให้เห็นอย่างรวดเร็วว่า มีความเป็นไปได้ที่อายุขัยของมนุษย์เรานั้นสามารถยืนยาวกว่านี้มาก ในขณะที่เราทำตามขั้นตอนเพื่อที่จะดูแลสุขภาพร่างกายของเรา แต่เรากลับไม่ค่อยให้ความสนใจมากพอที่จะรักษาสุขภาพสมอง แต่ก็ยังมีข่าวดี เธอเชื่อว่าเราทุกคนยังมีความหวัง หากคุณพยายามพัฒนาความสนใจใหม่ๆ เช่น หางานอดิเรก หรือ […]

6 คำแนะนำ เพิ่มความจำ และชูกำลังสมอง