Credit : image from pixabay.com

4 เคล็ดลับในการเปลี่ยนคุณให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ


ถ้าเปรียบความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งของ สิ่งๆนั้นต้องเป็นของที่หายากและมีคุณค่าสูงล้ำ มันมักถูกเขียนในเรซูเม่เสมอๆ ว่าคนนั้นมีความเชี่ยวชาญด้านใด และเชี่ยวชาญมากแค่ไหน และสิ่งที่ยืนยันคุณค่าของมันคือ การที่ทุกคนต่างเฟ้นหา ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ลูกค้า แต่หลายคนกลับพบว่ามันยากยิ่งกว่าที่จะหาวิธีที่ถูกต้องในการจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ

แน่นอนว่าใบปริญญานั้นสามารถช่วยคุณสร้างความเชี่ยวชาญได้ แต่อย่างไรก็คงเทียบไม่ได้กับการที่คุณได้ลงมือทำสิ่งนั้นจริงๆ การพัฒนาตัวเองผ่านการไต่เต้าจากตำแหน่งเล็กๆในบริษัทที่เริ่มก่อตั้งนั้นมีประโยชน์มากในกรณีนี้ แต่ก็อาจจะใช้เวลานานเกินกว่าจะไต่ถึงงานที่ใหญ่พอที่จะให้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญแบบที่คุณต้องการ ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นการลงทุนลงแรงที่ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ แต่กรุณาอย่าเข้าใจผิดนะครับ การสั่งสมประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่คุณจะได้ความรู้จากการลงมือทำ แต่มันเป็นคนละเรื่องกับความเชี่ยวชาญ

อีกวิธีหนึ่งในการเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีการถกเถียงกันค่อนข้างมากคือ การที่ลองทำด้วยตัวเองและเรียนรู้ด้วยตัวเอง สิ่งที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดในการทำธุรกิจของตัวเองคือ ความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่คุณจะต้องมีก่อนที่จะเริ่มต้นทำมัน ซึ่งจริงๆ แล้วคุณสามารถจะเรียนรู้จากคนอื่นได้ แต่สุดท้ายความเชี่ยวชาญนั้นเกิดขึ้นในอัตราเร่งที่เร็วกว่ามากจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ผมขอแบ่งปันเคล็ดลับดีๆ ในการสร้างความเชี่ยวชาญ

 

  1. อย่าเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง

แน่นอนว่าคุณต้องสงสัยว่า “หา? อะไรนะ? นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเฝ้าบอกมาตลอดนี่” คงไม่ผิดที่คาถาที่ทุกคนพูดถึงคือ การเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง แต่ความจริงนั้นโหดร้ายกว่า เพราะไม่ว่าสัญชาตญาณคุณจะดีแค่ไหน ก็ย่อมผิดพลาดได้เสมอ กุญแจที่สำคัญกว่าในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตและพัฒนาตัวเอง คือการทำความเข้าใจถึงกระบวนการว่าในการตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้คุณสามารถบอกได้ว่าสัญชาตญานที่คุณใช้นั้นถูกต้องหรือไม่ หรือเมื่อไหร่ที่คุณควรขอความคิดเห็นจากคนอื่น

ถ้าคุณเคยผ่านจุดที่ได้แต่นั่งมองสุดยอดไอเดียพังพาบไปอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ว่ามันจะมีประโยชน์ในรยะยะยาว แต่มันง่ายกว่าที่จะเลี่ยงมันตั้งแต่เริ่มต้น การตระหนักรู้ในการตัดสินใจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจในเครื่องมือใดมากเกินไป หรือการยอมรับความเสี่ยงที่สูงเกินไปนั้น จะช่วยให้คุณลดความผิดพลาดและทำให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วมากยิ่งขึ้น

 

  1. ใช้ความ “ไม่รู้” ให้เป็นประโยชน์

ประสบการณ์จะช่วยให้คุณคาดเดาปัญหาและเห็นโอกาสล่วงหน้าได้ ในขณะเดียวกันประสบการณ์ก็อาจจะทำให้คุณละเลยไม่เห็นบางปัญหาหรือบางโอกาสได้เช่นกัน การมองผ่านสายตาแบบคนที่ “ไม่รู้” อะไรมาก่อน อาจะช่วยให้คุณมีมุมมองที่แตกต่างในการมองเห็นสิ่งที่คู่แข่งหรือที่ปรึกษาอาจมองไม่เห็น บางครั้งความกลัว หรือการให้น้ำหนักกับความปลอดภัยภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญบางคน อาจปิดปั้นการเจริญเติบโตเชิงสร้างสรรค์ได้

ในหลายๆวงการ บ่อยครั้งที่บางไอเดียบรรเจิดถูกทำให้ดูจืดชืดไร้สีสัน และถูกฝั่งซ่อนไว้ภายใต้วิธีปฏิบัติที่ทำซ้ำเดิม เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าความ “​ไม่รู้” นั้นเป็นสิ่งที่ดีจริงหรือไม่ แต่เรื่องที่ปรากฎแจ่มชัดคือ คุณไม่จำเป็นต้องกลัวในสิ่งที่คุณ “ไม่รู้” บางครั้งความไม่รู้ในบางเรื่องก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ แต่ก็อาจจะนำไปสู่วิธีการใหม่ๆ ที่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน การตระหนักรู้ว่าเราขาดประสบการณ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่การแสดงถึงมุมมองที่สดใหม่ก็อาจจะเป็นตัวเปลี่ยนสำคัญได้เช่นกัน

 

  1. เรียนรู้จากคู่ค้าของคุณ

ไม่ว่าจะเป็นคนที่ส่งวัตถุดิบให้ร้านอาหาร หรือคนที่ทำโฆษณาบนเว็บของคุณ การทำความเข้าใจความต้องการและ การเข้าถึงมุมมองห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจของคุณ รวมไปถึงกระบวนการขายนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ การรู้ว่าแต่ละฝ่ายให้ความสำคัญกับสิ่งใดในธุรกิจของคุณมีส่วนช่วยให้ธุรกิจคุณได้มุมมองแบบครบรอบด้านและทำให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงทำให้คุณทราบถึงความเปลี่ยนแปลงได้ก่อนใคร เพื่อที่จะได้ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดนั้นๆ

 

  1. ไม่ต้องสนใจความล้มเหลว

ความล้มเหลวจากการตั้งใจทำอะไรสักอย่างนั้นให้บทเรียนที่ทรงพลังและเป็นบทเรียนที่จำขึ้นใจ เราถูกสอนให้หลีกเลี่ยงความล้มเหลว และนี่กลับกลายสาเหตุที่พอเมื่อเกิดความล้มเหลวขึ้นจึงก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากมาย แน่นอนว่าคงไม่มีใครต้องการให้ความล้มเหลวเกิดขึ้นหรอก แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง จงใช้มันให้เป็นประโยชน์และถือว่าเป็นการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งสำหรับอนาคต

เมื่อล้มเหลว ถอยหลังสักก้าว แต่ที่สำคัญกว่านั้นควรวิเคราะห์อย่างตั้งใจและเป็นกระบวนการให้เห็นถึงสาเหตุ การตั้งคำถามอย่างละเอียดช่วยให้คุณมีความเข้าใจอย่างเชิงลึกในกระบวนการตัดสินใจของคุณรวมถึงวิธีที่คุณดำเนินธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นมันจะช่วยให้คุณสามารถระบุได้ถึงสิ่งที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คุณก้าวต่อไปอย่างมั่นคงมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณต้องรู้ตัวให้ได้เร็วที่สุดว่า ความผิดพลาดนั้นอาจทำลายความมั่นใจของคุณไป แต่มันก็ไม่ใช่จุดจบของทุกอย่าง ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้นล้วนแต่ต้องรับความเสี่ยง ความเสี่ยงจึงเป็นตัวแปรสำคัญของความกลัว แต่หากคุณอยากประสบความสำเร็จ คุณต้องยอมรับความไม่สบายใจในช่วงสั้นๆ เพื่อให้คุณกล้าลองเสี่ยงในเรื่องที่จำเป็น

 

การเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ จะเปลี่ยนให้คุณเป็นผู้คุมบังเหียนธุรกิจของตัวเอง ได้เรียนรู้ และได้เติบโต ไปพร้อมกับธุรกิจของคุณ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือคุณควรต้องมีแผนปฏิบัติการที่จะให้ได้มาซึ่งความเชี่ยวชาญนั้นๆ ใบปริญญาและการสั่งสมประสบการณ์นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งวิธีที่ดีที่สุดในการเป็นผู้เชี่ยวชาญคือ การเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทดสอบไอเดียนั้น และลองนำสิ่งที่ได้รับมาปรับใช้ การประยุกต์ใช้เคล็ดลับเหล่านี้จะสามารถช่วยให้คุณมีทักษะการเป็นผู้ประกอบการที่ดีในการสร้างรากฐานของความสำเร็จในระยะยาว

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆมีประโยชน์จาก entrepreneur.com

แปลจากบทความ http://www.entrepreneur.com/article/252757



Banner

**แนะนำ** หลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ หลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในเมืองไทย ที่กล้าเปิดให้

“เรียนรู้เรื่องจริง จากคนรู้จริง” ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ
จากหลากหลายวงการ ในเครื่อข่ายของรัฐ



หลักสูตร วิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจไทย (วปธ.)

http://thaiconsult.org/course/



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัย:
@ LINE : @pbci60

(Visited 288 times, 1 visits today)