credit : image from pixabay.com

8 ไม้เด็ด ให้คำปรึกษา Startup และธุรกิจขนาดเล็ก


ผมอาจจะดูหัวโบราณไปหน่อย ที่ยังติดภาพแบบฉบับของ”ที่ปรึกษา”ที่ต้องดูฉลาดมากๆ พรีเซนต์งานเก่งๆ สามารถให้คำแนะนำดีๆ แล้วกลับทิ้งให้คุณทำงานหนักต่อจากนั้นด้วยตัวเอง วิธีการแบบนี้อาจจะเป็นไปได้สำหรับบริษัทใหญ่ๆ ที่มีคนเก่งๆ ในแต่ละด้านอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น Startup หรือธุรกิจเล็กๆ ล่ะ? แค่นี้ก็แทบไม่มีคนพอทำงาน และมีงานเกินพอสำหรับคนอยู่แล้ว

Startup และธุรกิจขนาดเล็ก ต้องการผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยทำให้งานเดิน และสอนคนอื่นได้ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องทำ ซึ่งนั่นฟังดูเหมือนความเป็นผู้นำมากกว่าที่ปรึกษา หรือถ้าจะเรียกให้ถูกคือ การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง (Leading by Example) ซึ่งจริงๆแล้วไม่ว่าธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ต้องการที่ปรึกษาแบบนี้กันทั้งนั้น และคงถึงเวลาแล้วที่เราควรจะลืมคำว่า “การให้คำปรึกษา” และมาให้ความสำคัญกับกิจกรรมและวิธีการอะไรก็แล้วแต่ที่ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโตมากกว่า

 

  1. เปลี่ยนจากสัญญาที่ปรึกษา เป็นฟรีแลนซ์

ธุรกิจสมัยนี้เลิกจ้างพนักงานด้วยสัญญาตลอดชีพกันไปนานแล้ว ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว และบริษัทก็ต้องปรับเปลี่ยนพนักงานให้เป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนจากการเป็นที่ปรึกษาแบบเดิมๆ มาเป็นการให้ปรึกษาแบบฟรีแลนซ์ คือ ร่วมลงมือปฏิบัติด้วย ไม่ใช่แค่เพียงให้คำปรึกษาอย่างเดียว

 

  1. เปลี่ยนตำแหน่งตัวเองให้เป็น ผู้เชี่ยวชาญ

กำหนดตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดภาพจำของการเป็นที่ปรึกษาได้ เช่น ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาด ผู้เชี่ยวชาญนั้นมักถูกมองว่าเป็นคนที่เก่งมากๆ และความเก่งที่ได้มา มาจากการลงมือทำจริงๆ มากกว่าที่จะดูเป็นแค่ที่ปรึกษาซึ่งให้แต่คำแนะนำ

 

  1. ตั้งเป้าหมายเป็น Project-based

การตกลงว่าจ้างด้วยความสำเร็จของโปรเจ็คแทนที่จะคิดค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือรายวันที่ใช้ไป แทนที่จะให้คำสำคัญกับเวลาที่ถูกใช้ไป เปลี่ยนเป็นการให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของงานนั้นๆจะดีกว่า  ยกตัวอย่างเช่น โปรเจ็คการตลาดอาจจะถูกตั้งเป้าหมายเป็นจำนวนของคนที่เปลี่ยนเป็นลูกค้า หรือ คนที่เห็นโฆษณาตัวนั้น มากกว่าคำแนะนำที่จะพัฒนากระบวนการทางการตลาด

 

  1. เต็มใจที่จะทำงานในตำแหน่งงานทุกระดับ

การเป็นผู้นำด้วยการลงมือทำให้เห็นเป็นตัวอย่างนั้นจำเป็นต้องมีอยู่ในตัวผู้นำทุกระดับของบริษัท และไม่ใช่แค่คนตำแหน่งระดับสูงหรือผู้บริหารที่จะสามารถเรียกใช้ที่ปรึกษาในการศึกษาและวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ได้เท่านั้น เพราะทุกวันนี้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไม่ว่าจะในแผนกไหน ก็ต้องสามารถคำนวณเรื่องอย่าง Return on Investment (ความคุ้มค่าในการลงทุน)

 

  1. อย่าดูแลสตาร์ทอัพเหมือนลูกค้ารายใหญ่

พยายามอย่าดูแลสตาร์ทอัพเหมือนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่เพียงแค่หา “ที่ปรึกษา” มาดูแล แต่อาจต้องลองใช้โมเดลใหม่ๆ แบบเดียวกับการหาลูกค้าให้ได้สักหนึ่งราย ที่ต้องดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ และการให้ความสำคัญกับการบริการ เช่น การสร้างความพึงพอใจ สร้างความจงรักภักดี หรือ การแนะนำบริการแบบปากต่อปาก

 

  1. เข้าหาได้ง่าย สื่อสารได้ทุกทาง

ที่ปรึกษาหลายคนนั้นยึดติดอยู่กับการสื่อสารแบบเป็นทางการ การต้องนัดเวลาล่วงหน้า แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำให้การสื่อสารง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การส่งข้อความ โทรศัพท์ หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ และไม่ได้จำกัดแค่เวลาทำงานปกติเท่านั้น

 

  1. ปรับสไตล์การทำงานให้เหมาะกับโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ

ถ้าการแต่งการของลูกค้า หรือกระบวนการตัดสินใจของเขาไม่ค่อยเป็นทางการ คุณก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับเขาให้ได้ ซึ่งมันดีกว่าการทำตัวแบบเดิมแล้วดูเป็นเหมือนคนนอก ถ้าทีมของสตาร์ทอัพมีอยู่ทั่วโลก ความท้าทายของคุณคือการทำตามความต้องการของเขาให้ได้ มากกว่าที่หวังว่าจะให้เขามาทำตามความต้องการของคุณ

 

  1. เน้นผลลัพธ์ มากกว่าการให้แค่คำแนะนำ

การนำเสนอสไลด์ PowerPoint ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ทางธุรกิจ ดังนั้นถ้าลูกค้าต้องการกระบวนการทำงาน คุณก็ควรจะต้องจัดเตรียมสิ่งเหล่านั้น รวมถึงให้แน่ใจว่าสามารถนำไปปฏิบัติได้ และให้การฝึกฝนแก่ทีมของลูกค้า มากกว่าแค่คำแนะนำง่ายๆ ว่าจะให้ทำอะไรบ้าง

 

Google และ โซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนโลกของธุรกิจไปแล้ว มีข้อมูลมากมายดีดีอยู่บนโลกออนไลน์ ครอบคลุมไปถึงมุมมองทางธุรกิจและความเป็นผู้นำ คุณก็แค่เพียงทำการค้นหาไม่กี่ครั้ง ก็สามารถหาคำแนะนำทางธุรกิจมากมายซึ่งที่ปรึกษาดีๆพีงกระทำ แต่สิ่งที่ไม่สามารถหาได้บนโลกออนไลน์คือความสามารถและประสบการณ์ในการทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง

 

จำนวนของสตาร์ทอัพนั้นมีอยู่มากมายเมือเทียบกับบริษัทใหญ่ๆ โลกของสตาร์ทอัพทุกวันนี้ไม่มีใครต้องการที่ปรึกษา แต่เขาต้องการผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สามารถใช้งานได้จริง เข้ามาทำงานร่วมกันและฝึกฝนให้แก่ทีม เพื่อสามารถทำให้เห็นผลได้จริงด้วยต้นทุนที่สามารถคาดเดาได้

 

คุณล่ะ ไม่อยากจะเพิ่มโอกาสการทำงานกับสตาร์ทอัพที่มีอยู่เต็มไปหมดหรือ?

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆมีประโยชน์จาก entrepreneur.com

แปลจากบทความ http://www.entrepreneur.com/article/248033



Banner

**แนะนำ** หลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ หลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในเมืองไทย ที่กล้าเปิดให้

“เรียนรู้เรื่องจริง จากคนรู้จริง” ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ
จากหลากหลายวงการ ในเครื่อข่ายของรัฐ



หลักสูตร วิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจไทย (วปธ.)

http://thaiconsult.org/course/



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัย:
@ LINE : @pbci60

(Visited 813 times, 1 visits today)