Credit : image from pixabay.com

อย่าไปทนกับลูกน้องห่วยๆ 3 แบบนี้


สำหรับผู้ประกอบการการเลือกทีมงาน สามารถเป็นได้ทั้งพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของคุณ หรือมลภาวะเป็นพิษที่ต้องพบเจอทุกวัน ขณะที่ธุรกิจเติบโตขึ้นหมายถึงการจ้างคนเพิ่ม แล้วควรจะจ้างใคร จ้างมาแล้วต้องกระตุ้นให้ทำงานอย่างไร ต้องให้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ หรือควรจัดการอย่างไรเมื่อการจ้างได้เริ่มต้นขึ้น

จากประสบการณ์เกือบ 30 ปีในการจัดการบุคลากร การจัดจ้าง และการฝึกอบรมให้กับองค์กรต่างๆ ผมสามารถบอกคุณได้ว่ามี “โรค” 3 โรค ที่คุณต้องหลีกเลี่ยง และนี่คือวิธีการที่จะบอกได้ว่าคนแบบไหนที่เราไม่ควรจ้าง

1. Not-my-job syndrome (โรค-ไม่ใช่งานตรู)

คุณอาจคุ้นเคยกับคนประเภทนี้ พนักงานประเภทที่อยากจะทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่จะปฏิเสธไม่ทำงานที่นอกเหนือจาก Job Description แต่เมื่อครั้นเขาเหล่านั้นถูกถามว่าทำไมจึงไม่ช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ หรือสิ่งผิดพลาดที่เกิดอยู่ตรงหน้าล่ะ คุณจะได้รับคำตอบว่า “ก็มันไม่ใช่งานของตรู”

ลองจินตนาการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกคนทำแต่งานของตัวเองอย่างเดียว เวลามีใครลาพักร้อนหรือลาป่วยก็ปล่อยให้งานสะดุดไปแบบนั้นหรือ ยังไม่รวมถึงงานที่งอกแบบไม่ได้วางแผน หรือแม้แต่วิกฤตที่เกิดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งตัว เหล่านี้ถือเป็นงานที่ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะ​ฉะนั้นคุณก็ควรเลี่ยงที่จะจ้างคนประเภทนี้ตั้งแต่ต้น พวกที่พยายามเกี่ยงงานและเกี่ยงความรับผิดชอบ

 

2.“That’s my job, don’t touch it” syndrome. (โรค-นั่นมันงานของตรู)

เรามักเข้าใจผิดด้วยการยกย่องคนที่ “แสดงความเป็นเจ้าของงาน” จริงๆเป็นเรื่องที่ดีที่ใครสักคนจะแสดงความรับผิดชอบต่อผลของงานหรือโปรเจ็คนั้นๆ แต่ยามถึงทางตันเขาคนนั้นก็ยังคงยืนยันจะไม่ให้ใครเข้ามาร่วมวง หรือถ้าต้องมี ก็ขอเลือกเอง อย่าต้องมีใครยื่นมาเข้ามาช่วย และถ้าคุณสังเกตดีๆ คุณจะพบว่าคนที่อยู่ในทีมไม่มีความรู้สึกอยากจะช่วยคนประเภทนี้ และคนประเภทนี้ก็มักจะบ่นว่าคนในทีม ว่าทำงานไม่ได้ตามมาตรฐาน และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งความสับสนกับคำว่า “mindset ที่มุ่งความเป็นเลิศ” เพราะจริงๆแล้วการบ่นนั้นมุ่งร้ายไปที่ผลงานคนอื่น

ทัศนคตินี้มุ่งไปที่กรรมสิทธิ์ของตัวงานมากกว่า(ผลงาน)ที่จะเชื่อว่าจะต้องบรรลุผลที่ดีเยี่ยม ด้วยการขัดขวางคนอื่นๆ ในทีมจากการเจริญเติบโตและการพัฒนา และถ้าคุณดูลึกลงไปคุณจะพบว่าคนประเภทนี้ไม่ได้มีการวางระบบอย่างมีแบบมีแผน คุณจะเริ่มเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า คุณต้องพึ่งคนประเภทนี้มากๆ เพราะเขามักจะกั๊กทั้งความรู้และไม่ยอมถ่ายทอดให้ใคร เว้นเสียแต่ว่าคุณต้องการที่จะเป็นตัวประกันเพื่อให้เขาควบคุมเพราะต้องการรักษาเก้าอี้ตัวเองเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคุณก็ควรจะหยุดวงจรนี้ไว้แค่นั้น

 

3.“OMG, it’s a crisis but it’s OK. I’ve got it covered” syndrome (โรค-ถึงมันจะแย่ แต่ฉันก็เอาอยู่)

ผมขอเรียกโรคนี้ว่า “อัศวินม้าขาว” ถ้าคุณมีพนักงานที่มีทัศนคติแบบนี้ คุณจะไม่มีวันเบื่อเพราะจะมีดราม่าให้คุณดูทุกวัน และคุณมีแนวโน้มที่จะใส่ชื่อของพนักงานนี้ในรายชื่อพนักงานดีเด่นเกือบทุกวันเช่นกัน เพราะเมื่อใดก็ตามที่เกิดเรื่อง พวกเขาก็จะโผล่มาช่วยเหลือตลอด

แต่ถ้าคุณมองลึกลงไปในรายละเอียด จะรู้ว่า ฮีโร่นักดับเพลิงคนนั้น จริงๆ ก็คือคนเดียวกันกับคนที่วางเพลิง พวกเขากำลังเสพติดกับการได้รับการยอมรับให้เป็นฮีโร่ในยามวิกฤตที่พวกเขาเป็นคนสร้างขึ้นเอง ตัวอย่างนั้นเป็นได้ตั้งแต่เรื่องเล็ก เช่น รูปแบบของการนินทาที่ทำให้คนผิดใจกัน หรือเรื่องใหญ่ในรูปแบบที่สร้างความเสียหายได้

 

ค่าใช้จ่ายของการมีบุคคลเหล่านี้ในทีมของคุณนั้นชัดเจนมาก แม้ว่าพวกเขาบางครั้งดูเหมือนเป็นการลดค่าใช้จ่าย แต่ประสิทธิภาพลดลงและเพิ่มความตรึงเครียดให้กับงาน

พึงระลึกอยู่เสมอว่า พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “อาการของโรค” ข้างต้น เกิดขึ้นแบบขาดสติและไม่ได้ตั้งใจให้ใครเดือดร้อน เหล่านั้นอาจเกิดจากอารมรณ์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือความรู้สึกไม่ปลอดภัยทางจิตใจ  ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าอาการเหล่านั้นสามารถแก้ได้ และเปลี่ยน mindset ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่สามารถทำงานร่วมกันและการสนับสนุนกันได้

แต่ถ้าคุณยังละเลยอาการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในทีมของคุณ มันจะส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์กร และทำลายขวัญและกำลังใจทีมงานของคุณ สูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน และทำให้คุณปวดหัวมากกว่าเดิม

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆมีประโยชน์จาก entrepreneur.com

แปลจากบทความ http://www.entrepreneur.com/article/253503



Banner
**แนะนำ**
 หลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ หลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในเมืองไทย ที่กล้าเปิดให้

“เรียนรู้เรื่องจริง จากคนรู้จริง” ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ
จากหลากหลายวงการ ในเครื่อข่ายของรัฐ



หลักสูตร วิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจไทย (วปธ.)

http://thaiconsult.org/course/



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัย:
@ LINE : @pbci60

(Visited 510 times, 1 visits today)