Credit : Image from pixabay.com

7 ข้อดี ที่ทำให้คุณอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญ


การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในการสร้างตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญนั้น เป็นหนึ่งในการทำให้แบรนด์ซึ่งก็คือตัวคุณเองเติบโต รวมไปถึงเป็นการเพิ่มโอกาสในทางธุรกิจ และประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย

การตลาดในรูปแบบผู้เชี่ยวชาญ คือ การที่คุณเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ทำได้ด้วยการที่คุณช่วยลูกค้าแก้ปัญหา เขียนหนังสือหรือบทความ หรือรวมไปถึงการอออกสื่อต่างๆ

ในท้ายที่สุด เมื่อคนเริ่มรับรู้ว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง คุณจะเริ่มมีชื่อเสียงและเริ่มสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เท่านั้นยังไม่พอ นี่คืออีก 7 เหตุผลว่าทำไมคุณต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดสักด้าน

 

1. คุณไม่ต้องวิ่งตามลูกค้า แต่ลูกค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาคุณเอง

ทันทีที่คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ลูกค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งเข้ามาหาคุณแน่นอน ลองดู Dave Ramsey เป็นตัวอย่างก็ได้ เขาเป็นที่รู้จักในการเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงิน เขาจะไม่มีความจำเป็นต้องวิ่งเต้นหางานหรือต้องแข่งขันกับใครเลย เขาก็แค่ให้คำแนะนำของเขาแต่แค่นั้นก็ถูกมองว่าเป็นคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ลูกค้าจึงเป็นฝ่ายวิ่งมาหาเขาเอง

ผู้คนซื้อหนังสือของเขา ผู้คนเข้าร่วมสัมมนาของเขา ผู้คนเข้าเว็บไซต์ของเขา แล้วผู้คนก็มองว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นไปเลย

 

2. จะไม่มีใครสงสัยในคำแนะนำของคุณ

โดยทั่วไปเมื่อคุณรู้ว่าคนๆ นั้น มีความรู้เป็นอย่างดีในสิ่งที่เขาพูด คุณก็จะไม่กล้าตั้งข้อสงสัยในสิ่งนั้น เช่น ศัลยแพทย์ย่อมมีความรู้เรื่องร่างกายของมนุษย์มากกว่าคนทั่วไปอย่างมากมาย ฉะนั้นถ้าเขาบอกว่าใครต้องการทำการผ่าตัดอะไร ด้วยความที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ เราก็จะไม่กล้าตั้งข้อสงสัยในเรื่องนั้น ในทำนองเดียวกัน ถ้าคุณถูกมองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านอะไร ลูกค้าก็จะเลิกตั้งคำถามกับคำแนะนำหรือการตัดสินใจของคุณ

 

3. คุณจะเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด

ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ หรือในวงการของคุณ คุณก็จะกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลขึ้นมาทันที ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทรับตกแต่งบ้าน และคนรับรู้ว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น นักตกแต่งภายในในวงการก็มีแนวโน้มที่จะลอกเลียนแบบ หรืออย่างน้อยก็ชื่นชมในผลงานของคุณ

นี่แหละทำให้คุณมีอิทธิพลในวงการที่คุณสร้างขึ้นมา และทำให้คุณสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง หรืออย่างน้อยยอมรับฟังความคิดเห็นของคุณ

 

4. ค่าตัวคุณจะสูงขึ้น

เมื่อลูกค้าจ้างคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมาให้บริการ หรือ ซื้อสินค้าอะไรก็ตาม เขาจะยอมจ่ายแพงกว่ากว่าคนปกติแน่นอน ยกตัวอย่างกรณีของ Dave Ramsey ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ คุณจะยอมจ่ายมากขึ้นสำหรับหนังสือการเงินที่ถูกเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินอย่าง Dave Ramsey หรือไม่ เมื่อเทียบกับนักเขียนที่คุณไม่รู้จัก? แน่นอนใครๆ ก็ต้องยอม ในทำนองเดียวกัน ลูกค้าของคุณก็จะยอมจ่ายมากกว่าเมือเขาเห็นว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ

 

5. คุณจะได้รับความสนใจ

เมื่อคุณได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ คุณก็จะได้รับความสนใจ อาจจะรวมไปถึงการได้รับเชิญไปออกทีวี วิทยุ หรือเขียนหนังสือ นอกจากความสนใจแล้วคุณก็ยังจะได้รับความเคารพมากขึ้นอีกด้วย

 

6. สามารถทำการตลาดตัวเองได้ชัดเจนขึ้น

การใช้กลยุทธ์การตลาดในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ และการเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ในด้านนั้นหมายความว่าคุณมีความเข้าใจอย่างชัดเจนในจุดแข็งของคุณเอง

หรือพูดอีกอย่างคือ คุณทำงานในวงการจนทะลุปรุโปร่งจนเข้าใจจุดแข็งของตัวเอง และสามารถสื่อสารจุดแข็งนั้นออกไปได้อย่างเหมาะสม

เพื่อให้เห็นภาพ สมมติว่าคุณคือสถาปนิก ซึ่งรับงานทุกรูปแบบ ตั้งแต่การวาดแปลนบ้าน(ขนาดเล็ก)จนไปถึงการทำพิมพ์เขียวสำหรับโครงการขนาดใหญ่ ดังนั้นคุณจึงมีฐานลูกค้าที่กว้างและหลากหลายเป็นกลุ่มเป้าหมาย แต่กลายเป็นว่านั่นกลับทำให้คุณทำงานยากขึ้น (ด้วยความหลากหลายของงานที่ทำ) อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณสามารถตีกรอบจุดแข็งให้แคบและเฉพาะด้านมากขึ้น คุณก็จะสามารถทำการตลาดกับลูกค้ากลุ่มนั้นได้แบบเฉพาะเจาะจง เช่น คุณเลือกที่จะเลิกทำการตลาดด้วยการออกแบบบ้าน(ขนาดเล็ก) แต่มาใช้ทรัพยากรทั้งหมดเพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ หรือภาครัฐ หลังจากนั้นคุณเลือกทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อใช้แผนการตลาดที่เหมาะสมในการหาลูกค้ากลุ่มนั้น

 

7. ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นจะตามหาคุณ

คุณจะรู้ได้ว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเมื่อผู้เชี่ยวชาญคนอื่นนั้นเริ่มตามหาคุณ ท้ายที่สุดแล้วผู้เชี่ยวชาญคนอื่นควรจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณเป็น

ตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้คือ ผู้เชี่ยวชาญฟิตเนส ที่จะมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสคนอื่นเพื่อสร้างการซีรีย์ของการออกกำลังกายที่ดีซึ่งรวมความเชียวชาญของหลายๆ คนเข้าด้วยกัน อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ การจัดงานเสวนาร่วมกัน ซึ่งคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจะมองหาผู้เชี่ยวชาญคนอื่นในด้านเดียวกันเพื่อมาทำการพูดคุยร่วมกันในงานนั้นๆ

 

การมีความรู้ผิวเผินในเรื่องต่างๆ นั้นไม่ใช่ไม่ดี แต่คุณไม่มีวันได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในอะไรได้เลยถ้ามีเรื่องที่ต้องรู้มากขนาดนั้น คุณน่าจะเห็นประโยชน์ของการเป็นผู้เชี่ยวชาญได้แล้ว และลองมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณถนัดจริงๆ และพัฒนาให้มันกลายเป็นความเชี่ยวชาญ และทำให้คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นให้ได้

 

และเมื่อคุณสามารถทำได้ ไม่ช้าก็เร็วสิ่งดีๆ 7 ข้อข้างต้นก็จะปรากฎ

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆมีประโยชน์จาก entrepreneur.com

แปลจากบทความ http://www.entrepreneur.com/article/238782



Banner

**แนะนำ** หลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ หลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในเมืองไทย ที่กล้าเปิดให้

“เรียนรู้เรื่องจริง จากคนรู้จริง” ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ
จากหลากหลายวงการ ในเครื่อข่ายของรัฐ



หลักสูตร วิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจไทย (วปธ.)

http://thaiconsult.org/course/



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัย:
@ LINE : @pbci60

(Visited 350 times, 1 visits today)